กงกรรม
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ถาม–ตอบ ปัญหาธรรม วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ถาม : ข้อ ๒๗๗๙. เรื่อง “ทำไมเหมือนกัน”
กราบนมัสการหลวงพ่อ แมวโยมเสียชีวิต โยมเสียใจมาก ร้องไห้เจ็บปวดหัวใจ แต่โยมก็รู้สึกว่าการร้องไห้แบบนี้ ความรู้สึกแบบนี้ เหมือนตอนที่เวลาสามีขัดใจหรือน้อยสามีจเลย ทั้งที่คนละเรื่องกันเลย ทำไมเวลาเสียใจถึงมีความรู้สึกเหมือนกันเจ้าคะ
๑. แมว เปิดบทสวดมนต์ตอนเขาป่วย เขารับรู้ได้ไหม ตอนเขาจะสิ้นลม โยมอุทิศบุญให้เขาไปภพที่ดี ให้เขาพุทโธ เขาจะรู้ไหม โยมอยู่กับเขาจนลมสุดท้าย มีชักเกร็ง และโยมสะเทือนใจสุดสงสาร
๒. เราจะภาวนาอย่างไรเมื่อเราเสียใจ มันมีหลายความรู้สึก โทษตัวเองที่เคยดุด่าตีเขา น่าจะพาเขาไปหาหมอที่ดีกว่านี้ เร็วกว่านี้ ทั้งเสียใจ ทั้งสงสาร ทั้งโทษตัวเอง เวลาพุทโธๆ ไม่ได้ มันจุกที่อก เสียใจ คิดปลอบตัวเองว่า เขาไปดีแล้ว สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม อะไรพวกนี้ก็ไม่ช่วย
เราจะภาวนาอย่างไรเจ้าคะ ให้ทุกข์มันเบาบางลง (โยมถามเรื่องแมวเยอะ เพราะโยมมีแมว มีหมาอีกหลายตัว โยมเสียใจไม่ไหวแล้ว)
๓. โยมร้องไห้ไปสักแป๊บ หยุด เอ๊ะ! ทำไมเราเสียใจมาแบบนี้หลายครั้ง ความรู้สึกเดียวกัน แต่เหตุการณ์ต่างกัน มันคืออะไรเจ้าคะ และจะต้องเสียใจ ทุกข์ใจไปอีกกี่ครั้งคะ
อยากเก่งเหมือนคนที่เขาภาวนาปฏิบัติธรรมเก่งๆ เขาเข้าใจชีวิต เขามองอะไรเป็นกลางๆ ได้คะ กราบขอบพระคุณหลวงพ่อ
ตอบ : นี่คำถามเนาะ คำถามเรื่องแมว แต่ก็เกี่ยวกับการภาวนาเนาะ
ไอ้นี่พูดถึงเรื่องสัตว์โลกไง สัตว์โลก มันหัวใจที่เข้มแข็ง หัวใจที่อ่อนแอ ถ้าหัวใจที่เข้มแข็ง หัวใจที่เข้มแข็งเขาก็เข้มแข็งได้ แล้วความเข้มแข็งและความอ่อนแอมันก็เป็นครั้งเป็นคราว
ถ้าจิตใจมันมีกำลัง มีสตินะ มันก็เข้มแข็งของมันได้ เวลาสติมันอ่อน มันก็อ่อนแอได้ จิตใจที่เข้มแข็ง จิตใจที่อ่อนแอ มันมาจากไหนล่ะ
มันก็มาจากการฝึกฝน มาจากอำนาจวาสนาบารมีของคน แล้วถ้าจิตใจมันอ่อนแอไง จิตใจมันอ่อนแอ เรื่องทุกอย่างมันเป็นเรื่องไปทั้งหมดน่ะ ถ้าจิตใจเข้มแข็งขึ้นมานะ มันก็เป็นเรื่องอย่างนั้นแหละ แต่มันปลงธรรมสังเวช
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานนะ เวลานิพพานไปแล้วด้วย เวลาพระกัสสปะพาหมู่พระจะไปกราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำลังตามหาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เห็นคนเขาเดินมาจากงานไง
ได้ข่าวองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเราบ้างหรือไม่
โอ้! ก็นี่เพิ่งมาจากงานศพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เขาถือดอกไม้สวรรค์มาด้วย
พอได้ข่าวว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว คนที่มีใจอ่อนแอ โอ้โฮ! ร้องไห้คร่ำครวญนะ ร้องไห้คร่ำครวญ คนที่มีภูมิธรรมมีมากน้อยขนาดไหน เขาก็สะเทือนใจของเขา แต่พระอรหันต์ พระกัสสปะเป็นพระอรหันต์ ลูกศิษย์พระกัสสปะเป็นพระอรหันต์ไง เวลาพระอรหันต์เขาปลงธรรมสังเวช
ในเหตุการณ์เดียวกัน พระในกลุ่มหนึ่งที่ยังอ่อนแออยู่ ยังไม่มีหลักเกณฑ์ โอ๋ย! ร้องไห้คร่ำครวญดิ้นรนเลย แล้วอีกฝ่ายหนึ่งมันก็สะเทือนใจ แต่เวลาสิ้นสุดแห่งทุกข์ไง มันปลงธรรมสังเวชๆ ไง
ฉะนั้น มันมีหลวงตา ไอ้ที่คร่ำครวญอยู่ด้วยคนหนึ่งไง องค์หนึ่ง เขาบอกว่า เฮ้ย! ร้องไห้ทำไม พระพุทธเจ้านิพพานไปแล้ว โอ้โฮ! สุดยอดเลย ต่อไปนี้ไม่มีคนคอยด่าแล้ว มันจะได้สุขสบายของมันไง
มันไปสะเทือนใจพระกัสสปะ พระกัสสปะสะเทือนใจมาก สะเทือนใจเพราะอะไร เพราะเราบวชมาเป็นพระ ร่มโพธิ์ร่มไทรคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งที่เราได้ใช้ได้สอย ศรัทธาที่มันเกิดขึ้นมา มันก็เกิดขึ้นมาจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางธรรมและวินัยนี้ไว้ไง บริษัท ๔ ไง ฝากพินัยกรรม ฝากมรดกไว้ให้กับบริษัท ๔ แล้วให้ทุกคนขวนขวายเพื่อจะประพฤติปฏิบัติขึ้นไปให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์
ไอ้นี่มาบวชเป็นพระ แล้วจะปฏิบัติอยู่ แต่จะมาเสวยสุขไง
เธอร้องไห้ทำไม พระพุทธเจ้านิพพาน โอ้โฮ! ดีแล้ว ไม่มีคนดุคนด่าแล้ว ทำอะไรก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้สักอย่างหนึ่ง
นี่จะมาอยู่สุขอยู่สบายไง
มันไปสะเทือนใจพระกัสสปะมาก พอสะเทือนใจพระกัสสปะ พระกัสสปะคิดเลย พระพุทธเจ้าเพิ่งนิพพาน มันมีคนคิดอย่างนี้แล้ว มันมีคนทำอย่างนี้แล้ว แล้วในอนาคตมันจะวุ่นวายขนาดไหน เลยตั้งสัจจะอธิษฐานเลยว่าจะทำสังคายนาไง
เพราะมันมีเหตุอย่างนี้ไง นี่พูดถึงคนที่อ่อนแอ คนที่แข็งแรงไง
นี่เหมือนกัน เวลาคำถามไง ทำไมจิตใจเราอ่อนแออย่างนี้ ทำไมคนที่จิตใจเขาเข้มแข็ง เขาเข้มแข็งของเขาอย่างไร
ไอ้นี่มันอยู่ที่สติปัญญา มันพัฒนาได้ ถ้ามันพัฒนาได้ เดี๋ยวพอจิตใจมันเข้มแข็งขึ้นมานะ มันจะย้อนกลับมาดูพฤติกรรมที่มันเป็น ทำไมเมื่อก่อนมันเป็นอย่างนั้นล่ะ ทำไมเดี๋ยวนี้มันไม่เป็นล่ะ
ถ้าจิตใจมันแข็งแรงขึ้นนะ มันจะมีความเห็นอย่างนั้นเลย แล้วถ้าจิตใจมันแข็งแรงขึ้น ถ้าแข็งแรงขึ้นมันก็แข็งแรงที่ประพฤติปฏิบัติ
ใช่ เราเห็นเวลาสัตว์เลี้ยงเราเป็นไป เราสะเทือนใจมาก แล้วสัตว์เลี้ยง สัตว์มันก็เป็นสัตว์ไง แล้วความผูกพัน
สัตว์เลี้ยงนะ เขามีสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้านเพื่อจิตใจของเด็ก เขาเลี้ยงมาพร้อมกับลูกหลาน ให้ลูกหลานจิตใจอ่อนโยนไง ถ้ามันอยู่กับสัตว์เลี้ยง มันไม่ไปอยู่กับเกม ไม่ไปอยู่กับอะไร เกมเวลาความรุนแรงมันเกิดขึ้น ทำให้จิตใจคนมันกระด้างไง ถ้าคนมีสัตว์เลี้ยง มีนก มีต่างๆ เขาเลี้ยงไว้ เลี้ยงไว้เพื่อให้มันเป็นเพื่อน มีน้ำอกน้ำใจต่อกัน ลูกมันจะให้น้ำ ให้ข้าว ให้อะไรต่างๆ มันรักของมันน่ะ เขาฝึกว่าให้จิตใจมันอ่อนโยน แต่ให้จิตใจอ่อนโยน จิตใจมันผูกพันไง นี่พูดถึงการเลี้ยงสัตว์
แต่โดยตอนนี้เวลาโลกมันเจริญขึ้น เขาต่อต้านนะ ไอ้พวกเลี้ยงสัตว์ เขาเรียกกักขัง มันเป็นการทรมานสัตว์ สัตว์มันต้องปล่อยตามธรรมชาติของมัน เวลาสัตว์ เขาปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ เขาไม่กักไม่ขังมัน
แต่ไอ้เราก็กักก็ขัง เพราะเราอยากจะให้มันอยู่กับเราไง แล้วอยู่กับเราขึ้นมา เวลามันอยู่กับเรา แล้วเวลามันตาย มันก็เจ็บปวดเจ็บช้ำเสียใจอยู่อย่างนี้ มันอยู่ที่คนติดพันมันไง
สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายสิ่งมีชีวิตเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
เขาก็มีชีวิตของเขา เขามีความสุขของเขา เวลามันจะเจ็บมันจะตาย เขาก็มีเวรมีกรรมของเขา ไอ้นี่มันเป็นบุญเป็นกุศลของเขานะที่เขาได้มาอยู่กับเรา แล้วเราได้เลี้ยงดูมา มันไม่ต้องหากิน มีคนมาป้อน เจ็บไข้ได้ป่วยมีคนพามันไปหาหมอ โอ๋ย! มันมีความสุขนะ แต่ถึงเวลามันก็ต้องพลัดพรากจากไป มันเรื่องธรรมดา ถ้าเรื่องธรรมดาขึ้นมา เราต่างหาก เราต่างหากไปผูกพันกับมันไง แล้วจิตใจมันอ่อนแอไง
เรื่องสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงนะ สัตว์เลี้ยง ดูสิ เวลาคนเขาเลี้ยง เขาก็เลี้ยงสัตว์ไว้ตามธรรมชาติของมัน สัตว์ที่เขาจับมาแล้วเป็นวัตถุพยานอะไรต่างๆ เขาต้องเลี้ยงมันไว้ เขาหาพ่อแม่บุญธรรม จ่ายตังค์มา จ่ายตังค์มา เขาเลี้ยงให้เลย สิ่งที่เขาจะเลี้ยงให้ เขาก็ทำให้เราอยู่นะ
นี่พูดถึงว่าเวลาจิตใจคนที่เป็นธรรม แล้วเวลาเลี้ยงไปแล้วนะ ถ้าดูแลมันดีมันก็ดี เขามีสัตวแพทย์ เขาดูแลตามธรรมชาติของมัน แต่มันก็ตาย มันตายทั้งนั้นน่ะ เราเลี้ยงไว้มันก็ตาย ถ้าตายแล้วมันก็จบไง จบไง
เขาบอกว่า ถ้าเขาจะเสียใจอย่างนี้ เขาต้องเสียใจไปตลอด เพราะเขายังมีอีกหลายตัว
คำว่า “มีหลายตัว” นะ ดูสิ เวลาคนเขาผูกพัน คนที่เขามีฐานะ เวลาหมาเขาตาย เขาจัดงานศพเหมือนกับคนเลย แล้วคนที่เขามีเงินมีทอง เวลาสัตว์เลี้ยงเขา เขามีเพชรนิลจินดานะ ไอ้เรายังไม่มีเลย แต่สุนัขเขามี เขารักของเขา เขาผูกพันของเขา
แล้วเยอะแยะมาก เวลาสัตว์ของเขาตายไปแล้วนะ เขาบอกว่าตัวสุดท้าย เขาไม่อยากเจ็บปวดอย่างนี้อีกแล้ว เขาไม่อยากเสียใจอย่างนี้อีกแล้ว นี่เขาเจ็บปวด เขาเสียใจ
แล้วสัตว์มันตายอยู่เกลื่อนไปหมด ไปดูโรงฆ่าสัตว์สิ ทุกเช้าเลย นั่นมันอาชีพของเขา ถ้ามันอาชีพของเขา เขาเลือกของเขาอย่างนั้น มันกรรมของสัตว์
แต่ของเรามีศีลมีธรรม เราทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าเราไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนั้นแล้วไปซื้อทำไม
อ้าว! ไปซื้อเพราะมันเป็นตลาดไง
นี่เขาบอกว่า บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน
กรรมมันอยู่ที่คนฆ่าทั้งหมดน่ะ มันทำของมัน เวรกรรมมันให้ผลแล้ว
เวลากรรมมันคลุกเคล้า กรรมมันเกิดขึ้นต่อเมื่อเขาใช้มีดเชือดคอสัตว์นั้น เนื้อมันมาอยู่ในตลาด เราไปซื้อไปจ่ายในตลาด มันเป็นกรรมอย่างไร เราเป็นผู้ที่ฉลาด เป็นผู้ฉลาด
เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่องวินัยนะ เนื้อบริสุทธิ์ เพราะอะไร
เพราะเวลาเขานิมนต์พระไป พรุ่งนี้นิมนต์บ้านดิฉันนะคะ ดิฉันจะแกงไก่ถวายพระคุณเจ้า
ฉัน เป็นอาบัติทุกคำกลืนเลย เพราะเขาเจาะจง
เวลาไปนิมนต์ เขาไม่ให้เจาะจง แล้วเวลาเขาไปซื้อตลาดมามันจบ มันเป็นเรื่องของตลาด มันคนละวาระ มันคนละขณะที่มันจะให้ผลไง แล้วถ้าเราซื้อของเรามามันก็เป็นเรื่องของเรา
แต่ถ้ามันคนที่ถือศีลนะ นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้นะ
ไอ้ไม่ได้ก็ส่วนไม่ได้ แต่อันนี้กรรมมันไม่คลุกเคล้า มันเป็นวาระกรรมของแต่ละเวลา
บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน
นั่นมันก็เป็นเรื่องคลุกเคล้า เป็นเรื่องที่ทำให้คนเติบโตขึ้นมาไม่ได้ไง
แต่มันคนละวาระ คนละกาลกัน คนเรามันเกิดมา เวลาพ่อแม่ เวลาลูกอยู่ในท้องเป็นคนเดียวกัน เวลาคลอดออกมาเป็นคนละคนแล้ว แต่สายเลือดเดียวกัน เวรกรรมเหมือนกัน อันเดียวกัน อันนี้มันสายบุญสายกรรม
แต่ไอ้นี่พูดถึงไง ถ้าเวลามันจะเสียใจ มันจะทุกข์ใจไปอีกมาก เวลาคนที่เขาฉลาดขึ้นมานะ เสียใจครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ไม่เลี้ยงสัตว์อีกแล้ว ถ้าเลี้ยงสัตว์แล้วมันผูกพัน
แต่มีบางคนนะ เราดูข่าว ในอเมริกา สุนัขเขาตาย เขาเก็บพันธุกรรมของมันแล้วไปโคลนนิ่ง ได้มาอีก ๓ ตัว หมดเป็นล้าน ใช่ เขาบอกมันไม่เหมือนตัวเก่า แต่มันก็มีส่วนเหมือนตัวเก่า
มันไม่เหมือนหรอก แม้แต่โคลนนิง จิตมันคนละดวงกัน แล้วนี่จากหมาตัวหนึ่ง เขามาโคลนนิง ได้มา ๓ ตัว หมดเงินหลายตังค์เลย เพราะเขาผูกพันกับสุนัขตัวที่ตายไป
นี่ไง มันก็เหมือนสายบุญสายกรรม
มันมีเหตุเกิดขึ้นในข่าว เขาเป็นเศรษฐี เวลาเขาจะเสียชีวิต เขาไม่มีบุตรเลย เขายกมรดกให้สุนัข แล้วเขาตั้งผู้จัดการ สุนัขมันมีเงินเป็นพันๆ ล้านดอลลาร์นะ แต่มันก็กินอาหารกระป๋องนั่นน่ะ ไอ้คนดูแลมันก็ได้สมบัตินั้นไป
มันเพราะความรัก ความผูกพัน เขาอยากจะให้มันน่ะ แล้วให้ได้ไหม ให้มัน มันก็กินแค่อาหารมื้อหนึ่ง มันไม่รู้หรอกมันมีเงินไม่มีเงิน เพียงแต่เจ้านายมันตายไปแล้ว พอเจ้านายตายไปแล้ว เขาตั้งกองมรดกไว้ ผู้จัดการมรดกเขาก็หาอาหารให้มันกิน แล้วถ้ามันตายล่ะ ตายแล้วทรัพย์นั้นก็ให้เป็นสาธารณะไป
นี่เวลาเขาเป็น โลกมันเป็นขนาดนั้นนะ
ฉะนั้น สิ่งที่ว่า มันผูกพัน เรื่องการผูกพันกับสัตว์ เรื่องผูกพันต่างๆ มันเป็นกรรมของสัตว์
แล้วเวลาสัตว์อนาถาไปดูสิ แล้วสัตว์ที่คนรังแกมันล่ะ นี่เราเห็นกับตานะ แต่เวลาตกนรกอเวจีล่ะ เวลากรรมมันแผดมันเผา เราเห็นไหม
เราไม่เห็นหรอก แต่จิตทุกดวงเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันจะมีเวรมีกรรมของมัน แล้วมันจะมีวาระของมัน แล้วเวลามันผูกพัน ทำไมเราไปเห็นสัตว์ตัวนั้นน่ะ ทำไมสัตว์ตัวนั้นไม่มีคนอื่นเก็บไปเลี้ยงล่ะ ทำไมเราเก็บมาเลี้ยงล่ะ อ้าว! ผูกพันกันไป นี่เวลามันผูกพันนะ
นี่พูดถึงว่า มันเรื่องของสุนัข เรื่องของหมา เรื่องของแมว ว่ามันจะเสียใจต่อไปมากไปกว่านี้
แล้วคำถาม นี่ไง เวลาแมวของโยมเสียชีวิต โยมเสียใจมาก เจ็บปวด ร้องไห้ปวดหัวใจ แต่โยมรู้สึกว่ามันแบบเดียวกันกับเวลาสามีเขาขัดใจ สามีเขาขัดใจ เวลาน้อยใจสามี ทำไมมันเหมือนกันเลย
ไอ้เสียใจๆ เพราะแมวมันเสียชีวิต มันสัตว์ของเรา เราก็เสียใจ เวลาขัดใจ เวลาน้อยใจสามี มันก็เสียใจอย่างนี้ มันก็เวทนาเหมือนกันไง ทุกขเวทนา แต่มันเกิดจากอะไร
เกิดจากสิ่งที่รัก คือแมวของเราเสียชีวิตไป มันขัดใจๆ ขัดใจกับสิ่งที่ว่าสามีของเราขัดใจ น้อยใจ มันก็เวทนาเหมือนกัน ทำไมมันเหมือนกันล่ะ
เหมือนกันคือผลเหมือนกัน แต่เหตุมันต่างกัน เหตุมันเกิดมาจากคนละเรื่องไง
มันเหมือนกันเลย เสียใจๆ เหมือนกันเลย เสียใจเพราะแมวเสียชีวิต โอ๋ย! คร่ำครวญร้องไห้ เวลาสามีขัดใจ น้อยใจ ก็เสียใจเหมือนกันเลย ทำไมมันเหมือนกันล่ะ
ก็มันเวทนาเหมือนกัน ก็มันทุกข์เหมือนกันไง ก็มันน้อยใจเหมือนกัน ก็มันเจ็บปวดเหมือนกันไง
เจ็บหัวใจ เจ็บหัวใจ เขาถามว่าทำไมมันเหมือนกันล่ะ
ก็เวทนาเหมือนกัน แต่ที่เกิดมันต่างกัน ถ้ามันเหมือนกัน เหมือนกันก็คือเหมือนกัน
ฉะนั้น คำถาม ๑. แมว เปิดบทสวดมนต์ตอนแมวป่วย มันรับรู้ได้ไหม
มันได้ยินเสียง แต่มันไม่รู้ภาษาคน มันได้ยินเหมือนกัน
ต่อมาเวลามันสิ้นลม โยมก็อุทิศส่วนกุศลให้เขา
อันนี้ได้
เวลาเราเปิดบทสวดมนต์ให้แมวฟัง แมวมันก็ฟังได้ มันก็ฟัง แต่มันไม่รู้เรื่อง
แต่เวลาถ้าโยมอุทิศส่วนกุศลให้เขาได้หรือไม่
ได้ สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เราอุทิศส่วนกุศลไง
ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ นะ ท่านแผ่เมตตาครอบโลกธาตุหมดน่ะ แผ่เมตตาให้กับสิ่งต่างๆ เวลาครูบาอาจารย์ของเราอยู่ในป่าในเขา ทำไมมันร่มรื่น มันชื่นเย็นไปหมดล่ะ
เทวดา อินทร์ พรหม หลวงปู่มั่นอยู่ถ้ำสาริกา เวลาพิจารณา เวลากายกับใจมันขาดออกจากกัน โลกนี้ราบหมดเลย เทวดามาฟังธรรมๆ เลยล่ะ
สิ่งที่ฟังธรรม เขาร่มเย็นเป็นสุขของเขา ถ้าเขาร่มเย็นเป็นสุขของเขา หลวงปู่ชอบ หลวงปู่ชอบท่านอยู่ทางเพชรบูรณ์ ท่านเล่าให้หลวงตาฟังไง ตกเย็นก็สวดมนต์ไง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อยู่องค์เดียวมันก็สวดมนต์ มันสวดในใจ แต่เวลาท่านจะปลีกวิเวก คือจะเปลี่ยนสถานที่ไป คืนนั้นมาเข้านิมิตเลย
นิมนต์ให้ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่แล้ว แหม! มันร่มเย็นเป็นสุขไปหมดเลย แล้วท่านอาจารย์จะเคลื่อนที่ไป ขอนิมนต์ให้อยู่กับที่ เวลาท่านอาจารย์สวดมนต์ โอ้โฮ! มันกังวานไปทั่ว กังวานเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา มีความสุขความสงบ
นี่หลวงปู่ชอบ เวลาท่านเล่าให้ฟัง เห็นไหม
นี่ไง สิ่งที่ว่า อุทิศบุญกุศลให้กับเขาได้ไหม
ได้ อุทิศบุญกุศลมันอุทิศได้ มันได้ สิ่งที่เขาขาดแคลน สิ่งที่อะไรมันเป็นไป มันเป็นไปได้เพราะอะไร เพราะมันไม่ใช่บทสวดมนต์ เพราะเขาไม่ต้องความเข้าใจว่าสวดมนต์มันคืออะไร แต่ไอ้เรื่องบุญเรื่องกุศล ทิพย์สมบัติเราอุทิศได้ ถ้าเขามีความทุกข์ความยาก เขาได้รับสิ่งนี้ เขาก็ขอบคุณ เขาขอบบุญขอบคุณนะ เขาขอบบุญขอบคุณ
เวลาหิวกระหาย แล้วมีสิ่งใด เพราะว่าวิญญาณาหาร มันไม่ใช่อาหารที่คำข้าวอย่างนี้
อาหารคำข้าว เราให้กันต่อเมื่อเราตกทุกข์ได้ยากขึ้นมา เราให้ข้าวปลาอาหารกัน เจือจานความหิวความโหย แต่จิตวิญญาณ จิตวิญญาณมันต้องการบุญต้องการกุศล ต้องการบุญกุศล อุทิศส่วนกุศลอันนั้นไปให้เขา วัฏฏะมันจะได้ร่มเย็นเป็นสุขไง ร่มเย็นเป็นสุขต่อเมื่อคนที่เขาเป็นสัมมาทิฏฐิ เขาถูกต้องดีงาม
เวลาหิวกระหาย เขาก็พยายามขอความเมตตาจากผู้ที่มีบุญมีกุศลแผ่เมตตาให้เขา ให้เขาได้รับความร่มเย็นเป็นสุขบ้าง ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขบ้าง คำว่า “บ้าง” คือบางครั้งคราวไง
แต่ของเขา เราเป็นสิ่งมีชีวิต เราเกิดในวัฏฏะ มันต้องเกิดเป็นภพชาติใด มีอาหารชนิดใด อยู่กันแบบใด นี่เวลาผลของวัฏฏะ ถ้าจิตอยู่ในวัฏฏะใด ถ้ามันได้บุญได้กุศล สิ่งนั้นมันก็เพื่อประโยชน์กับชีวิตเขา
ฉะนั้น สิ่งที่บอกว่า โยมอุทิศบุญให้เขาไปภพที่ดีขึ้น ให้เขาหัดพุทโธ เขารู้ไหม
โยมอยู่กับเขาจนลมสุดท้าย เกร็งชักต่อหน้า
ไอ้นั่นมันตายต่อหน้า ไอ้นี่เวลาเขา กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เขาไปพิจารณา ไอ้นี่ภาษาเรานะ แมวตัวนี้มีบุญกับโยม มีบุญคุณกับโยม ทำให้โยมได้คิดไง ทำให้โยมเขียนมาถามว่ามันคืออะไร ทำให้เรารู้สึก แล้วเราสะเทือนใจ ความรู้สึก ความสะเทือนใจ มันจะหาเหตุหาผล แล้วมันจะพัฒนาตนเอง พัฒนาตนเองให้แข็งแรงขึ้นอย่างที่โยมปรารถนา นี่ข้อ ๑.
๒. เราจะภาวนาอย่างไรเมื่อเราเสียใจ มันมีหลายความรู้สึก โทษตัวเองทุกครั้งที่ดุเขา ตีเขา อะไรเขา
ไอ้ความเสียใจคือความเสียใจ นั่นเป็นอดีตไปแล้ว
อดีต ถ้าเด็ก เด็กมันเป็นเด็ก มันเล่นกับสัตว์ มันก็ทำร้ายสัตว์ตามแต่ความมันพอใจ ตามความไร้เดียงสาของเด็ก เวลาโตขึ้นมา ถ้ามันโตขึ้นมาไปทำร้ายสัตว์ สังคมเห็น เขาก็ติเตียน ยิ่งคนที่มีอายุมันยิ่งผ่านโลกมามาก การดูแลสัตว์มันก็เป็นอย่างหนึ่ง
ไอ้นี่ก็เหมือนกัน เอามาทบทวนแล้ว เสียใจที่ไปตีเขา ที่ไปดุด่าเขา
ไอ้ตอนดุด่าเพราะมันผิดน่ะ เราจะสอนให้มันเป็นสัตว์ที่มีนิสัยดี มันก็ผ่านไปแล้ว เวลาถ้ามันฉุกคิดได้ มันคิดได้ มันจะสาวไปเรื่องร้อยแปดเลย แต่เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว
แล้วถ้าเราพูดให้หนักไปกว่านี้นะ ชาตินี้เราเป็นมนุษย์ มันเป็นสัตว์ แล้วเวรกรรมที่ผูกพันกันมา ไม่รู้ว่าชาติไหนมา มันเป็นมนุษย์ โยมเป็นสัตว์ให้มันตีมา ชาตินี้เราเกิดเป็นมนุษย์ เราเกิดเป็นสัตว์ เรามาดูแลมันน่ะ
มันมีที่มาที่ไป
กรรมจำแนกสัตว์ให้เกิดต่างๆ กัน ถ้ามันหมดเวรหมดกรรมต่อกันแล้ว เวลามันมา มาอยู่กับเราหรือมันหนีออกไป มันก็ไปเป็นสัตว์อนาถา ไอ้เราจะเลี้ยงสัตว์ๆ ถึงเวลาแล้วเราเบื่อหน่าย เราไม่เลี้ยง เราก็จบกันไป มันจบกันไปไง
ไอ้นี่สิ่งที่มันเป็นอดีตก็เอามาคร่ำครวญ สาวมาทั้งหมดเลยล่ะ
แต่ถ้ามันเป็นสัจธรรมนะ สพฺเพ สตฺตา สัตว์ทั้งหลาย สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง มันแปรสภาพของมัน เราดูแลมันชั่วชีวิตของมันที่มันตายไปแล้ว อันนี้มันเป็นโอกาส เป็นสิ่งที่เรามีความผูกพันกันมา แต่ถ้ามันตายไปแล้วมันก็จบ
ไอ้สิ่งที่มันผิดพลาด มันผิดพลาด มันเรื่องเวลาขาดสติมันก็เป็นอย่างนั้น เวลาที่เรารักใคร่ เราเอ็นดู โอ๋ย! เราก็ฟูมฟักมันเต็มที่เหมือนกัน
นี่ไง มโนกรรมไง สิ่งมีชีวิตเคลื่อนไป เคลื่อนไปด้วยความรู้สึกนึกคิดเป็นตัวนำไง ถ้าตัวนำที่มันเป็นบวก เวลาคิดที่ดีงาม อู้ฮู! โอ๋อย่างดีเลย วันไหนโมโห ตีเอาๆ
แล้วทำไมไม่ควบคุมอารมณ์ของตัวล่ะ
ถ้าเราควบคุมอารมณ์ของตัวนะ สิ่งนี้มันเตือนเราได้
เพียงแต่ตอนนี้มันแผลสดๆ มันเพิ่งตายไป เราเพิ่งเสียใจ ก็มาคิดทบทวนอยู่อย่างนี้ แล้วถ้ามันผ่านไปแล้ว วาระนี้ก็จบ
ถ้าเราจะภาวนาอย่างไรเพื่อจะให้เราเข้มแข็งขึ้น ให้เราดีขึ้น
แมวตัวนี้มันก็เป็นครูของโยมนี่แหละ มันตายไปแล้ว ไม่ชักบังสุกุลให้มันด้วยล่ะ กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เอ็งเกิดเป็นแมวนะ เอ็งเกิดเป็นแมวชาตินี้ แล้วข้าก็ดูแลเอ็งมาทั้งชาตินะ เอ็งก็ได้ตายไปแล้วนะ นี่ชาติของแมว กุสลา ธมฺมา เลย คิดเลย คิดบวกเลย
แล้วบอกว่า แล้วทำอย่างไรจะให้ตัวเองภาวนาเข้มแข็งขึ้น ดีขึ้น
ถ้าฝึกหัดให้ภาวนาเข้มแข็งขึ้น ดีขึ้น เราก็ฝึกหัดของเรา สิ่งนี้มันเอามาเป็นคติ เป็นคติเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติ
อยากจะภาวนาให้มันได้เบาบางลง เพราะอะไร เพราะไม่อยากเสียใจไปมากไปกว่านี้ เพราะมันยังมีอีกหลายตัว
ถ้าอีกหลายตัว ก็คิดแบบนี้ คิดแบบเดียวกันเลย จิตหนึ่ง จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ อบายภูมิตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานลงไป กามภพ รูปภพ อรูปภพ นี่วัฏฏะ
เพียงแต่ว่า นรกอเวจี สิ่งต่ำต้อย สิ่งที่ดีที่สุดของเขาก็คือสัตว์เดรัจฉาน เพราะเดรัจฉานมันมีเนื้อหนังมังสา มันเป็นรูปธรรมที่เราจับต้องได้ แล้วถ้ามันเกิดเป็นเปรตเป็นผี ตกนรกอเวจี เราไม่เห็นเลยล่ะ สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่มันมี มันมีของมันอยู่อย่างนั้น ถ้ามีของมันอยู่อย่างนั้น เห็นไหม
ถ้าเราจะหัดภาวนาเพื่อจะไม่ทุกข์ไม่ยากกับสัตว์ที่เหลือ เราต้องมีสติแล้วมีปัญญาใคร่ครวญอย่างนี้ ถ้ามีสติปัญญาใคร่ครวญอย่างนี้ อย่างที่ว่าเมื่อกี้นี้ บางคนเขาเคยทุกข์เคยยาก เขาพูดเลย ตัวสุดท้าย ไม่อยากเสียใจอย่างนี้อีกแล้ว ถ้าไม่อยากเสียใจอย่างนี้อีกแล้ว เราก็ไม่เอาต้นเหตุเข้ามาพัวพันชีวิตของเราอีก
ถ้าเรามีต้นเหตุ ไปเอาเขามาพัวพันในชีวิตของเรา เราก็จะมีความรู้สึกอย่างนี้ไป แล้วถ้าเรามีสติปัญญาขึ้นมา มันก็ต้องสิ้นชีวิตไปทั้งหมด สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรคงที่ทั้งสิ้น มันแปรสภาพทั้งสิ้น ไม่มีอะไรคงที่
อย่างพูดเมื่อกี้นี้ อย่างเช่นว่า ถ้าเราไม่ตายจากเขา เขาก็ตายจากเราไป
มีเศรษฐีในอเมริกา เขารักสัตว์ของเขา เวลาเขาตาย เขาไม่มีบุตร เขาทำพินัยกรรมยกให้สัตว์เลย คือเขาตายก่อนสัตว์
ไอ้นี่สัตว์มันตายก่อนเรา ไอ้อย่างนี้มันเกิดมาแล้ว มันเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่เรามองไม่เห็น มันต้องเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ถ้าเราคิดได้อย่างนี้ มันเป็นเรื่องของมันอยู่แล้ว เราใช้สติปัญญา มันก็ทำให้เราฉลาดขึ้น
โยมมีอีกหลายตัว โยมไม่อยากจะเจ็บปวดอย่างนี้อีกแล้ว
ไม่อยากเจ็บปวดอย่างนี้อีกแล้ว เราก็เลี้ยงมันอย่างเต็มที่ เราก็ดูแลมันไป เพราะอะไร เพราะมันเป็นเพื่อน มันเป็นเพื่อน ดูสิ คนเขาเหงา เขาไม่มีเพื่อน เขาก็เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อน เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อน เวลาเป็นเพื่อนก็รักมันเต็มที่ แล้วเวลารักแล้วมันพลัดพรากไง พลัดพรากจากของรัก เจ็บปวด
ทั้งที่จะเอามันมาเป็นที่พึ่งที่อาศัยนะ เราก็ดูแลมันถึงที่สุด เพราะว่าหนีปัญหาหนึ่งจะไปเจออีกปัญหาหนึ่ง เพราะสิ่งมีชีวิต เรามีชีวิตอยู่ มันจะต้องมีปัญหาไปตลอดไปจนกว่าจะสิ้นสงสัย สิ้นเวรสิ้นกรรม มันจะไม่มีอะไรผูกพันกันไป จบ
๓. โยมร้องไห้ได้สักพักแป๊บ ทำไมเราเสียใจมาแบบนี้หลายครั้งแล้ว ความรู้สึกเดียวกัน แต่เหตุการณ์มันต่างกัน มันคืออะไรคะ และจะต้องเสียใจทุกข์ใจไปอีกกี่ครั้งคะ อยากเก่งเหมือนคนที่เขาปฏิบัติธรรมเก่งๆ เขาเข้าใจชีวิตของเขา มองอะไรเป็นกลางได้เจ้าค่ะ
ก็ต้องฝึกหัดจากนี้ สิ่งนี้มันเป็นการตอกย้ำ ตอกย้ำให้เราเห็นว่า ถ้าเรายังอยู่กับโลก โลกมันเป็นแบบนี้ เราก็ฝึกหัดของเรา
จริงตามสมมุติๆ มันเป็นสมมุติบัญญัติ มันเป็นตามความเป็นจริง แต่จริงตามสมมุติมันของชั่วคราวทั้งสิ้น แล้วชั่วคราวทั้งสิ้น มันมีอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสัจจะเป็นความจริงเหนือโลกเหนือสงสาร แล้วมันอยู่ที่ไหน มันก็อยู่ที่หัวใจเรานี่แหละ ภวาสวะคือภพไง ภวาสวะไง ภวาสวะคือจิตไง
จิตเดิมแท้นี้ผ่องใสๆ ผ่องใสมันภวาสวะทั้งสิ้น ผ่องใสนั้นคืออวิชชา แล้วอวิชชา เวลาเวียนว่ายตายเกิด มันไปเกิดตรงนั้นน่ะ
วิญญาณปฏิสนธิกับวิญญาณในขันธ์ ๕ วิญญาณปฏิสนธิคือวิญญาณต้น วิญญาณผ่องใสๆ นั่นน่ะวิญญาณปฏิสนธิ เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แต่พอเกิดเป็นมนุษย์แล้วมีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ วิญญาณ วิญญาณนี้มันวิญญาณรับรู้ วิญญาณอายตนะ วิญญาณรับรู้มันเป็นอีกชั้นหนึ่ง
แต่ชั้นที่ลึกกว่า ปฏิสนธิวิญญาณ ภวาสวะอันนั้นน่ะ เวลาภาวนาไปมันถึง โอ้โฮ! มันถึงจะรู้จะเห็นเป็นชั้นเป็นตอนเข้าไป ถ้ามันรู้เห็นเป็นชั้นเป็นตอนเข้าไป มันก็จะเข้าใจอย่างนั้น
ถ้ามันไม่เคยภาวนาเลย อ่านแต่ตำรา รู้แต่ตำรา แล้วเห็นเขาทำได้ ก็อยากจะเก่งเหมือนเขา
จะเก่งเหมือนเขา มันก็ต้องฝึกหัดเหมือนเขา
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ถ้ามันสมควรแก่ธรรม มันสมควรของมัน มันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา เราก็จะเก่งอย่างนั้นน่ะ แล้วเราจะเข้าใจอย่างนั้น พอเข้าใจอย่างนั้นมันจะไม่เสียใจ ไม่เสียใจเพราะอะไร
ไม่เสียใจเพราะมันต้องเป็นแบบนี้ สุนัขอายุมันนะ ๑๐ ปีก็หมดอายุขัยแล้ว สัตว์มันมีอายุเท่าไร ทางวิทยาศาสตร์ สัตวแพทย์เขารู้ของเขาหมดน่ะ แล้วอายุมันต่างกัน เวลามันต่างกัน เวลาสัตว์ อายุ ถ้าคิดทางชีววิทยานะ ถ้าสัตว์อายุ ๗–๘ ปี มันเท่ากับเด็กอายุ ๓ ปี เขาเทียบเคียงได้ทางวิทยาศาสตร์ไง
ไอ้นี่ก็เหมือนกัน ถ้าเรามีสติมีปัญญานะ อยากเก่งเหมือนคนอื่นเขา มีธรรมเก่งเหมือนเขา เขามองชีวิตของเขาเป็นกลางๆ
เขามองชีวิตของเขาตามความเป็นจริง ถ้าความจริงมันเป็นแบบนั้น แล้วชีวิตตามความเป็นจริงแล้วมันยังมีเวรมีกรรมอีกนะ อย่างเช่นคนอายุสั้น คนอายุยืน คนประสบอุบัติเหตุ คนมีโรคสุดวิสัยที่จะรักษา มันยังมีซ้อนเข้ามาอีก ซ้อนเข้ามานี่มันจรมา มันจรมา
มันจรมาจากพฤติกรรมความเป็นอยู่ของมนุษย์ มนุษย์ความเป็นอยู่อย่างไร มันก็จะมีโรคภัยไข้เจ็บตามที่ใช้ชีวิตนั่นล่ะ แล้วถ้ามันมีสติปัญญา เห็นไหม กินคลีนไง กินผักบด ไม่ต้องกินอะไรเลย ก็ไม่เอาอีก มันไม่อร่อย มันก็แล้วแต่การใช้ชีวิตไง
นี่พูดถึงนะ มันมีสติมีปัญญาแล้วมันคิดเป็น คนมีสติปัญญามันคิดเป็น ทำเป็น แล้วคิดเท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของตน
แล้วถ้าเป็นพระอรหันต์นะ ไม่ใช่คิดเป็น ทำเป็น มันอยู่ห่างไกลเลยล่ะ เพียงแต่ว่าจะคิดหรือจะไม่คิด จะเอาหรือไม่เอา จะเอาคือหมายความว่าก็เอามาไตร่ตรอง ถ้าไม่เอามันก็อยู่อย่างนั้นน่ะ มันเข้ามาสู่ธรรมธาตุไม่ได้หรอก
ถ้ามันเข้ามาสู่ธรรมธาตุได้ มันก็ต้องคอย แมลงวันนี่ไง คอยปัด อู้ฮู! ยุงกัดนี่ อู้ฮู! ตบทั้งวันเลย
ไอ้นี่ไม่มีครับ คนละเรื่องเลย นี่พูดถึงว่าถ้าเขาภาวนาถึงที่สุดแห่งทุกข์นะ
ฉะนั้น เราก็ฝึกหัดของเรา โยมจะร้องไห้ไปอีกสักกี่ครั้ง ภาษาเรานะ เขาบอกว่า โยมอยากถามเรื่องแมว เพราะแมวโยมยังอีกเยอะเลย ยังมีอีกหลายตัว
เจ็บปวดกับตัวนี้ แล้วเจ็บปวดกับตัวนี้แล้วฝึกหัดให้แข็งแรง ฝึกหัดให้แข็งแรง แล้วแมวของโยมทั้งหมดอีกกี่ตัวก็แล้วแต่ มันต้องตายหมดเลย ตามอายุขัยของมัน ไม่สามารถเป่าให้มันไม่ตายได้
แล้วถ้ามันตายแล้ว ทำไมโง่ ยังไปร้องไห้กับมันอีกล่ะ
ก็มันต้องตายอยู่แล้วไง ของมันต้องตายอยู่แล้ว แล้วเวลามันตาย ก็เป็นความเป็นจริงไง เออ! ตายจริงๆ เลย ตายจริงๆ แล้วก็ สพฺเพ สตฺตา เขาตายไปแล้ว คิดถึงอุทิศบุญกุศลให้เขา ให้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
มันต้องเป็นแบบนี้ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะโดยสัจจะโดยความจริง มันเป็นของมันอยู่แล้ว เพียงแต่เรามีชีวิตไง เรามาใช้ชีวิต แล้วเราเอาสิ่งนี้มาเป็นผงชูรสเติมหัวใจของเรา เราอยู่กับสังคม อยู่กับความเป็นจริง แล้วเราจะใช้ชีวิตอย่างไรล่ะ
พระกรรมฐานเขามีบริขาร ๘ เขาไม่เอาอะไรเลย แต่เขาก็ใช้ชีวิตแบบโลก อยู่กับโลกเรานี่แหละ แต่เขาไม่ไปพัวพันกับเรื่องอย่างนั้น เรื่องอย่างนั้นมันเป็นสมบัติสาธารณะ มันเป็นสมบัติของวัฏฏะ แล้วมันก็หมุนเวียนของมันอยู่อย่างนั้นน่ะ
เราก็เป็นชีวิตหนึ่งที่หมุนเวียนของเรา แต่มันโง่หรือมันฉลาดการใช้ชีวิต มันโง่หรือมันฉลาดบำรุงดูแลรักษาใจของตน
แล้วถ้าทำได้นะ อยากภาวนาเก่งๆ
อยากภาวนาเก่งๆ ก็ฝึกหัดภาวนานี่ไง
เวลาเลี้ยงแมวนะ ก็หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ข้างซ้ายเป็นแมว ข้างขวาเป็นสุนัขก็ได้ เพราะเรามีเยอะ มีเยอะมันก็เข้ามาผูกพันเราเยอะ
ถ้าเราเท่าทันมันนะ อย่างเช่นในประวัติหลวงปู่เจี๊ยะ ที่ว่าไปอยู่เมืองจันท์ฯ หลวงตาไปอยู่เมืองจันท์ฯ ไง แล้วแม่ชีแก้วไปอยู่ด้วย สุนัขตัวหนึ่งมันเป็นสุนัขที่ดีมาก มันไม่เดินข้ามทางจงกรมของหลวงตาเลย มันเดินอ้อมเอา สุนัขนะ
เวลาอาจารย์สิงห์ทองเห็นก็ไปถามแม่ชีแก้ว แม่ชีแก้วบอกว่ามันน่าสงสาร ไม่กี่วันไอ้ตัวนี้มันจะตาย ตายแล้วมันจะไปเกิดเป็นคน เกิดเป็นมนุษย์ในกรุงเทพฯ ด้วย
ไอ้ช้าง หมาตัวนั้นชื่อไอ้ช้าง เวลามันตายนะ อาจารย์สิงห์ทองก็ถามแม่ชีแก้ว
ใช่ ไอ้ช้างตายแล้วแหละเมื่อคืนนี้ แล้วมันเกิดแล้ว ไปเกิดเป็นลูกเศรษฐีในกรุงเทพฯ สุนัขนะ
นี่ไง มันต้องตายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แล้วเราผูกพันกับมัน เราต้องการความรัก ความสงสาร เราต้องการความสุขจากสัตว์เลี้ยง แล้วสัตว์เลี้ยง เราได้อย่างไร มันก็มีผลเสียไง ต้นทุน ต้นทุนแล้วเราต้องเสียใจ เราต้องพลัดพราก
เหมือนกัน ถ้าฝึกหัดแล้ว ถ้าสติมันดีขึ้นมา มันจะบอกว่า อยากเก่งเหมือนคนที่เขาปฏิบัติธรรมเก่งๆ ไง
เราใช้สติใช้ปัญญาฝึกหัด แล้วถ้ามันมีสติปัญญาแล้ว เราก็จะเก่งแบบเขา คือมันตายแล้วไม่ร้องไห้ ตายแล้วก็ขุดหลุมฝังก็จบ เพราะมันเป็นธรรมชาติ มันเป็นความจริง เอวัง